A Time Jobs : ได้เวลาหางาน ได้เวลาหาคน, สมัครงาน ค้นหางาน รับสมัครงาน
หางาน ภาษาไทย หางาน ภาษาอังกฤษ
วันที่ 17 ตุลาคม 2560
     
 
   
User :
Pass :
 
[ ลืมรหัสผ่าน ] [ สมัครสมาชิก ]

 
User :
Pass :
 
[ ลืมรหัสผ่าน ] [ สมัครสมาชิก ]
 

คำนวณระยะเวลาทดลองงาน

ระบุวันเริ่มงาน :

 

Jobs, หางาน สมัครงาน, ประกาศรับสมัครงานฟรี



Jobs, หางาน สมัครงาน, ประกาศรับสมัครงานฟรี


 
กด Like ให้เราเป็นแฟน
      
ลงประกาศงาน
หางานฝากประวัติประกาศงานฟรีค้นหาประวัติผู้สมัครงาน
 
ประกาศรับสมัครงานฟรี
 


  บทความงาน

สามารถกดแชร์ให้เพื่อน ได้เลยค่ะ

 

การเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์งาน

ในแต่ละปี มีผู้จบการศึกษาระดับอาชีวะศึกษาและในระดับมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมาก แต่ตลาดแรงงานมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ผู้จบการศึกษาส่วนใหญ่ ไม่สามารถหางานทำได้ตามความต้องการของตนเอง  ต้องกลายเป็นคนว่างงาน บางคนใช้วุฒิการศึกษาต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อทำงานในโรงงานและยอมรับค่าแรงรายวัน ซึ่งก็เป็นสิ่งทีน่าชมเชยเพราะแสดงให้เห็นถึงการเป็น

ผู้เขียนเอง คลุกคลีอยู่กับการสรรหาว่าจ้างมามากกว่า 17 ปีในฐานะผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล เคยทำงานให้กับบริษัทข้ามชาติหลายๆแห่ง อาทิ เช่น บริษัทญี่ปุ่น เยอรมัน  ฮ่องกง เกาหลีใต้  สิงคโปร์ เป็นต้น ผู้เขียนเห็นว่า ในกระบวนการของการหางานทำ ขั้นตอนการสัมภาษณ์งานถือว่า เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่สุดขั้นตอนหนึ่ง   เพราะขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่เปิดโอกาสที่ผู้สมัครงาน และนายจ้างจะได้พบปะพูดคุยกัน ได้เห็นหน้าค่าตากัน และอาจนำไปสู่การจ้างงานได้ในที่สุด  ส่วนขั้นตอนอื่นๆ ในกระบวนการหางานทำ เช่น การหาแหล่งงาน การเขียนจดหมายสมัครงาน เทคนิคการตอบคำถามในการสัมภาษณ์งานนั้นก็ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญเช่นเดียวกันแต่ ผู้เขียนจะไม่กล่าวถึง ขอให้ศึกษาจากตำรับตำราเอาเอง จากประสบการณ์ของผู้เขียนพบว่า ผู้สมัครงานส่วนใหญ่พลาดโอกาสที่จะได้งานทำ เพราะเหตุว่า ขาดการเตรียมความพร้อมหลายๆอย่าง เช่นขาดการเตรียมพร้อมด้านเอกสาร ด้านความรู้วิชาการ ด้านบุคลิกภาพ เป็นต้น ผู้เขียนเห็นว่า หากจะนำข้อบกพร่องเหล่านั้นมาบอกกล่าวให้ผู้ที่กำลังหางานทำก็คงจะเป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย และต่อไปนี้เป็นเกร็ดเล็กน้อยที่ผู้สมัครงานต้องเรียนรู้เพื่อการเตรียมตัวที่ดีก่อนเข้ารับการสัมภาษณ์งาน

นายจ้างคาดหวังอะไรจากผู้สมัครงาน

เมื่อท่านได้รับเชิญให้เข้ารับการสัมภาษณ์งาน ก่อนอื่น ท่านต้องรู้ก่อนว่า นายจ้างคาดหวังอะไรจากตัวท่านบ้าง เพื่อที่ท่านจะได้เตรียมคุณสมบัติตนเองให้ตรงกับความคาดหวังของนายจ้าง หรือให้ใกล้เคียงมากที่สุด โดยทั่วไปนายจ้างคาดหวังสิ่งต่อไปนี้ คือ
 1.ผู้สมัครมีความรู้ความสามารถตรงตามตำแหน่งหรือไม่ เช่น สมัครงานด้านบัญชี ก็ควรจะมีความรู้ด้าน
บัญชี สมัครตำแหน่งเลขา ก็ควรที่จะสื่อสารภาษาต่างประเทศได้ เป็นต้น
 2.ผู้สมัครมีบุคลิกภาพเหมาะสมหรือไม่ บุคลิกภาพที่นายจ้างมองเห็นได้ง่ายก็คือ การแสดงออกทางกาย
ใบหน้า แววตา อารมณ์  หรือ คำพูด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่ถูกนำมาเป็นส่วนสำคัญในการประเมินในการจ้างงานด้วยทั้งสิ้น
 3.ผู้สมัครมีแนวโน้มที่จะทำงานได้นานหรือไม่ เพราะนายจ้างส่วนใหญ่ ต้องการให้ลูกจ้างทำงานอยู่นานๆ
(ถ้าทำงานดีนะ) เพราะฉะนั้นท่านไม่ควรบอกกับนายจ้างว่า จะทำงานเพียงสองสามปีก็จะลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัว หรือจะลาออกไปเรียนต่อ
 4.ผู้สมัครมีความรู้ความสามารถตามความจำเป็นหรือไม่  ความจำเป็นในที่นี้ หมายถึงความจำเป็นพื้นฐาน
ของการทำงานทั่วๆไปและความจำเป็นเฉพาะตำแหน่ง  ความจำเป็นพื้นฐานทั่วไปในขณะนี้ก็คือ อย่างน้อยต้องสามารถใช้ Microsoft Office ได้ เช่น word ?excel และ power point  เป็นต้น หรือหากทำงานในบริษัทระหว่างประเทศ ก็ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย ส่วนความจำเป็นเฉพาะตำแหน่งก็เช่น หาก สมัคร Graphic Designer ก็ควรที่จะต้องมีความรู้ด้าน Photoshop ,Illustrator หรือ Flash เป็นต้น
 5.ผู้สมัครมีมนุษย์สัมพันธ์และสามารถที่จะปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงาน และหัวหน้างานรวมถึงมีความโอบ
อ้อมอารีต่อลูกค้าหรือไม่ คงไม่มีนายจ้างคนใดต้องการพนักงานที่ขาดมนุษย์สัมพันธ์ หรือเป็นคนเห็นแก่ตัวเข้าไปทำงานเป็นแน่ เพราะฉะนั้นท่านควรแสดงออกให้นายจ้างเห็นว่า ท่านเป็นคนเข้ากับคนง่าย  จริงใจ พร้อมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น  พร้อมที่จะทำงานเป็นทีมและเรียนรู้นิสัยใจคอเจ้านาย เพื่อปรับตัวให้เข้ากันได้ 
        ปัจจัยด้านอื่นๆ ที่เป็นที่ต้องการของนายจ้างก็เช่น ความรับผิดชอบ ความอดทน  ความซื่อสัตย์ เป็นต้น นอกจากนี้ผู้สมัครใน
ตำแหน่งระดับ หัวหน้างาน/ ผู้จัดการ นายจ้างอาจจะพิจารณาเพิ่มเติมถึง ความสามารถในการบริหาร ความเป็นผู้นำ วุฒิภาวะ และ ความริเริ่มสร้างสรรค์ อีกด้วย และเนื่องจากความคาดหวังของนายจ้างที่มีต่อผู้สมัครงานนี่เอง จึงทำให้นายจ้างคิดค้นเครื่องมือการคัดเลือกคนขึ้นมา ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือ การทดสอบ และการสอบสัมภาษณ์นั่นเอง เพราะฉะนั้นท่านผู้อ่านคงจะเข้าใจแล้วใช่ไหมว่า ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อให้เป็นที่ต้องการของนายจ้าง

  1. เตรียมด้านเอกสาร เอกสารในที่นี่หมายถึง เอกสารที่จำเป็นในการสมัครงาน เช่น เช่น Resume  รูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน  หลักฐานการศึกษา หรือใบผ่านงาน เป็นต้น ท่านควรนำเอกสารมาให้พร้อมในวันสัมภาษณ์ด้วย และท่านควรมาถึงบริษัทก่อนเวลาสัมภาษณ์ซัก 30 นาที เพราะนี่เป็นก้าวแรกที่แสดงความกระตือรือร้นให้นายจ้างเห็น และท่านควรใช้เวลารอคอยนี้ใคร่ครวญถึงแนวทางในการตอบคำถาม รวมถึงสำรวจ บุคลิกภาพของตัวท่านเอง  หากผมเผ้ากระเซิง หรือหน้าตาเต็มไปด้วยเหงื่อไคล ก็ควรขอเข้าห้องน้ำเสริมบุคลิกภาพให้เรียบร้อยก่อนที่การสัมภาษณ์จะเริ่มขึ้น

   2. เตรียมด้านความรู้  ความรู้ในที่นี้หมายถึง
     2.1 ความรู้ความสามารถ ตามทีท่านเล่าเรียนมา หรือมีประสบการณ์มา สำหรับผู้จบใหม่ คงต้องทบทวนความรู้ให้ตรงกับ
ตำแหน่งงานที่ท่านสมัครด้วย สำหรับผู้สมัครสายตรง เช่น บัญชี หรือ วิศวกร อาจจะไม่เป็นปัญหามากนักในการสัมภาษณ์ เพราะมีความรู้แน่นตามสาขาที่ตนเรียนมาอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่สมัครงานไม่ตรงกับสาขาที่ตนเรียนมาคงต้องเตรียมความรู้หรือประยุกต์ความรู้ให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัครด้วย เช่น ผู้ที่จบการเงิน แต่ไปสมัครงานเป็นพนักงานขาย หรือจบการโรงแรมแต่สมัครเป็นเลขา  เป็นต้น เพราะหากท่านไม่ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม หรือไม่สามารถประยุกต์ความรู้ ความสามารถให้เชื่อมโยงมาตำแหน่งที่ท่านสมัครได้ โอกาสที่จะได้งานทำก็มีน้อยมาก
      2.2  ความรู้ด้านข้อมูลของบริษัท ท่านควรศึกษาประวัติ ความเป็นมา ของบริษัทไว้ด้วย ว่าเป็นของตระกูลใด
ใครเป็นกรรมการผู้จัดการ ผลิตสินค้าอะไร ใครเป็นลูกค้า  เป็นต้น โดยเข้าไปหาข้อมูลในเวบไซท์ของบริษัท หรือหากบริษัทไม่มีเวบ ก็ควรจะต้องสอบถามจากเจ้าหน้าที่บุคคลที่โทรมานัดก็ได้ว่า บริษัททำธุรกิจอะไร สัญชาติอะไร  เป็นต้น ซึ่งการมีคำตอบอยู่ในใจบ้างก็จะทำให้กรรมการประทับใจในตัวท่านมากยิ่งขึ้น
      2.3 ความรู้ด้านข้อมูลส่วนตัว/ครอบครัว /การศึกษา/การทำงาน/ประสบการณ์/ความสำเร็จ/เป้าหมาย
ในอนาคตของท่าน คำถามในการสัมภาษณ์นั้นจะอยู่ในเรื่องเหล่านี้เสมอ เพราะฉะนั้นก่อนเข้ารับการสัมภาษณ์ท่านจะต้องทบทวนความทรงจำเก่าๆ ในอดีตให้เป็นระบบ และทดสอบถามตอบด้วยตนเอง หรือฝึกหัดเขียนคำถาม คำตอบลงในกระดาษได้ก็จะเป็นการดี ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตัวท่านเองเมื่ออยู่ในสถานการณ์สัมภาษณ์จริง  และพยายามสื่อให้นายจ้างเห็นว่า ท่านจะนำความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ออกมาใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรได้  รวมถึงวาดแผนการในอนาคตไว้ด้วย ว่าท่านมีเป้าหมายในการทำงาน หรือเป้าหมายในการดำรงชีวิตอย่างไร เพื่อให้การสัมภาษณ์ พูดคุย เป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นที่สนใจแก่นายจ้าง
      2.4 ความรู้ด้านตำแหน่งงาน  สำหรับผู้ที่ไม่เคยทำงานมาก่อน ท่านควรต้องใช้เวลาคิด วิเคราะห์ถึงตำแหน่งงานที่
ท่านไปสมัครด้วย ว่าตำแหน่งที่ท่านสมัครนั้น มีภาระหน้าที่อะไรบ้าง(คร่าวๆก็ได้) โดยอาจดูได้จากข้อความโฆษณาตำแหน่งงานที่ลงในหนังสือพิมพ์ หรือ  สื่อต่างๆ และควรคิดวิเคราะห์ด้วยว่า  คนที่ทำงานตำแหน่งนี้ ควรมีคุณสมบัติอย่างไร การตอบว่าไม่ทราบ อาจทำให้กรรมการมองท่านในแง่ลบได้
      2.5 ความรู้ทั่วไปอื่นๆ เช่น ด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ท่านควรต้องติดตามอ่านข่าวสารต่างๆไว้บ้างเพื่ออัพเด
ทให้กับตัวเอง ซึ่งจะทำให้ท่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ในทุกๆเรื่อง ไม่เป็นคนตกยุค

  3. เตรียมด้านบุคลิกภาพ
            บุคลิกภาพถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากในการสัมภาษณ์งานที่ผู้สมัครงาน
จะต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ โดยทั่วไป หลังเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ นายจ้างจะทำการประเมินผลการสัมภาษณ์เพื่อสรุปว่าจะคัดเลือกผู้สมัครงานท่านใดมาร่วมงานด้วย ส่วนใหญ่แล้วการตัดสินใจจ้างของนายจ้าง ขึ้นอยู่กับเหตุผลหลักสองประการคือ ความรู้ความสามารถ(ความรู้ /ทักษะ/ความสามารถ /ประสบการณ์การทำงาน) และบุคลิกภาพ กรณีที่ผู้สมัครมีความรู้ความสามารถใกล้เคียงกัน นายจ้างจะให้น้ำหนักไปที่ บุคลิกภาพเป็นสำคัญ  เพราะฉะนั้นท่านควรต้องเตรียมตัวเพื่อสร้างบุคลิกให้เป็นที่ประทับใจด้วย ท่านคงเคยได้ยิน คำว่ารักแรกพบมาบ้าง หรือบางท่านอาจมีประสบการณ์ด้วยตนเอง ใช่เลย ผู้เขียนอยากจะบอกว่า หากท่านสร้างบุคลิกแรกพบให้ประทับใจนายจ้างได้ การสัมภาษณ์ที่จะมีต่อไปก็เป็นเพียงพิธีการรองที่จำเป็นเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตาม คำว่า บุคลิกภาพ มีความหมายกว้างมากในเชิงวิชาการ ผู้เขียนจึงขอสรุปคร่าวๆ เพื่อเป็นแนวทางในการวางตัวในการสัมภาษณ์งานดังนี้

     3.1 การแสดงออกทางกาย เช่นการแสดงออกมาผ่านการแต่งกาย  ใบหน้า แววตา การเดิน การนั่ง  ผู้สมัครควรแต่งกายให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่ท่านสมัคร ชายควรใส่กางเกงสีเข้ม เสื้อแขนยาว ผูกเนกไท รองเท้าหนัง  หญิงควรใส่กระโปรง เสื้อให้เข้าชุดกับกระโปรง ทำผม แต่งหน้าแต่พองาม รองเท้าส้นสูง  ควรยกมือไหว้กรรมการ เมื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ และกล่าวขอบคุณเมื่อการสัมภาษณ์สิ้นสุดลง  การนั่งสัมภาษณ์ควรนั่งตัวตรง เอามือวางไว้บนตัก ยิ้มแย้มตามความจำเป็น และ แสดงออกซึ่งความกระตือรือร้นในการตอบคำถาม สบตากรรมการในบางครั้งขณะพูดคุย  เป็นต้น  
     
   ข้อควรระวัง อย่าเคร่งขรึมหรือเครียดเกินความจำเป็น อย่าแสดงอาการเซื่องซึม  อย่านั่งสัมภาษณ์โดยเอามือมาวางไว้บนโต๊ะ  อย่านั่งเอนหลัง หรือนั่งไขว่ห้าง อย่านำโทรศัพท์มือถืออกมาพูดคุยขณะเข้ารับการสัมภาษณ์  อย่าแสดงความอึดอัดใจในการตอบคำถาม ให้นายจ้างเห็น 
       3.2 การแสดงออกทางอารมณ์  เช่น  ควรยิ้มเมื่อมีความชื่นชม ควรครุ่นคิดเมื่อเจอคำถามยาก เศร้าเมื่อฟังเรื่องราวที่โศกเศร้า เป็นต้น
       
ข้อควรระวัง อย่าหัวเราะ หรือขำ โดยที่มี่เรื่องอะไรให้ขำ  อย่าแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว ขี้โมโห หรือหงุดหงิด  ให้นายจ้างเห็น

       3.3 การแสดงออกทางวาจา ผู้สมัครควร ตั้งใจฟังคำถาม และ พูดจาที่สุภาพ มีเหตุมีผล มีจังหวะจะโคลนในการพูด  และที่สำคัญการท่านต้องมีความมั่นใจในการพูด การนำเสนอ พยายามสื่อให้นายจ้างเห็นว่า ท่านมีความรู้ความสามารถอะไรบ้างที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ท่านสมัคร คำถามใดที่ท่านตอบไม่ได้ ก็ควรใช้เวลาใคร่ครวญ สักเล็กน้อยก่อนที่จะตอบว่า ไม่ทราบจริงๆครับ แต่ก็จะพยายามค้นคว้าหาความรู้ต่อไปครับ อย่าแสดงความอายออกให้นายจ้างเห็นเมื่อตอบคำถามไม่ได้ เพราะจริงๆแล้ว นายจ้างต้องการดูวิธีการคิด วิธีการนำเสนอมากกว่าการถูกผิดของคำตอบ การแสดงออกทางวาจานี้ ย่อมสื่อให้เห็นมนุษย์สัมพันธ์ของท่านได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

        ข้อควรระวัง อย่าพูดสอดแทรก อย่าพูดโกหก(เว้นแต่แน่ใจว่า นายจ้างจะไม่รู้) อย่าตำหนิเจ้านายเก่าโดยไม่จำเป็น  อย่าพูดเล่นกับกรรมการต่อหน้ากรรมการอื่น แม้ว่าท่านจะรู้จักกรรมการท่านนั้นดีก็ตาม  อย่าถามคำ ตอบคำเพราะจะทำให้การสัมภาษณ์เป็นไปอย่างเย็นชา แต่ก็อย่าตอบคำถามมากเกินความจำเป็น เพราะอาจเป็นการคุยโม้โอ้อวดโดยท่านไม่รู้ตัว อย่าตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อกรรมการถามเป็นภาษาไทย หรือ อย่าพูดไทยปนอังกฤษโดยไม่จำเป็น

       ขอให้ทุกท่านโชคดี และได้งานทำทำสมความตั้งใจ


โดย  สุรนาท เกิดศิริ



[ กลับหน้าเดิม ]






 
   การขาย, การตลาด, พัฒนาธุรกิจ    ธุรการ, ลูกค้าสัมพันธ์    บัญชี/การเงิน/การธนาคาร, /ตรวจสอบบัญชี
   ออกแบบเวปไซต์ / Web Designer    วิศวกร    นำเข้า/ส่งออก/shipping/จัดซื้อ, เมอเช็นไดซเซอร์
   สโตร์, คลังสินค้า, อินเวนทอรี่ ขนส่งระหว่างประเทศ    ทรัพยากรบุคคล, จัดหาบุคลากร, ฝึกอบรม    ศิลปะ/กราฟฟิคดีไซด์ ,ออกแบบผลิภภัณฑ์, ครีเอทีฟ, โฆษณา, PR
   ศูนย์สุขภาพ/ความงาม/fitness/spa    วิทยาศาสตร์, เคมี,ชีวะ    การท่องเที่ยว, การโรงแรม, ภัตตาคาร
   สายการบิน, การบิน    ตำแหน่งระดับผู้บริหาร/ผู้จัดการ/ผู้อำนวยการ/ผู้ช่วยผู้จัดการ    ประสานงาน / คีย์ข้อมูล
   สุขภาพความงาม / เสริมสวย / สปา / ฟิตเนส    พัฒนาธุรกิจ / พัฒนาองค์กร/ ISO    วิทยาศาสตร์อาหาร / โภชนาการ
   เลขานุการ    นักข่าว / บรรณาธิการ / นักเขียน / แปลภาษา    เกษตร / ปศุสัตว์ / ประมง / เหมืองแร่
   เขียนแบบ / Auto Cad/ออกแบบทางวิศวกรรม    ช่างเทคนิค/อิเลคโทรนิค / โลหะ / เครื่องยนต์/ซ่อมบำรุง    โปรแกรมเมอร์ / IT/ คอมพิวเตอร์
   Part - time / นักศึกษาฝึกงาน    เศรษฐศาสตร์ / สถิติ / วิจัย / หุ้น / การประกันภัย    โยธา / สถาปัตย์ / ออกแบบตกแต่ง / ก่อสร้าง/สำรวจ
   บันเทิง / นักแสดง / พริ๊ตตี้ / นักดนตรี / นักร้อง    เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ(จป.วิชาชีพ)/สิ่งแวดล้อม    การผลิต/ควบคุมคุณภาพ/โรงงาน
   ขับรถ/ส่งเอกสาร/แม่บ้าน/รปภ/แคชเชียร์    แพทย์/พยาบาล/เภสัชกร/เทคนิคการแพทย์/เวชภันฑ์ยา    ครู- อาจารย์-การศึกษา
   กฏหมาย    อาหาร/เครื่องดื่ม/กุ๊ก/บาร์เทนเดอร์/พนักงานเสิร์ฟ    งานราชการ
   อื่นๆ    แรงงานต่างด้าว
 

สงวนลิขสิทธิ์โดย บริษัท เอไทม์ ดีไซน์ จำกัด 19/23 หมู่ 17 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130
โทรศัพท์ : 02- 385 9856 แฟกซ์ : 02-713 6733 Mobile: 083-664 9192, 089-456 0716
เลขที่เสียภาษี : 1-6149-2055-5 เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0117314707794
Web Design โดยบริษัท รับทำเว็บไซต์ A Time Design